พืชผัก และสมุนไพรต้านโรคหวัด

อาหารและสุขภาพ

พืชผัก และสมุนไพรต้านโรคหวัด

โรคหวัดเป็นโรคที่คนเราป่วยบ่อยที่สุดโดยสิ่งที่เป็นอาการของโรคนี้ที่เด่นชัดก็คือ น้ำมูก ไอ จาม เจ็บคอ และหายใจลำบากและยิ่งในหน้าฝนแบบนี้ เราจึงมีความรู้ดีๆจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)เกี่ยวกับพืชผักและสมุนไพรใกล้ตัว ที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการหวัดลดอาการไอ การระคายคอจากเสมหะมาฝากกันจะมีพืชผักและสมุนไพรชนิดใดบ้างไปดูกันเลย

1.ต้นหอม ต้นหอมหรือหอมต้นเดี่ยวเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กตระกูลเดียวกับกระเทียมอยู่ในสกุล Allium มีหัวสีขาวและปนสีม่วงบ้างอยู่ใต้ดินใบเป็นท่อยาวปลายแหลมออกดอกเป็นช่อมีสีขาว เมื่อช่อดอกบานจะมีลักษณะคล้ายร่มและมีดอกย่อยเป็นจำนวนมาก ต้นหอมกินได้ทั้งใบดอกและหัว มีกลิ่นฉุนและรสชาติซ่านิยมนำไปกินเป็นผักเคียงกับอาหารชนิดอื่นๆเช่นข้าวหมูแดง ส่วนใบใช้ตกแต่งโรยหน้าอาหารและใส่ในต้มผัดยำแกงต่างๆหรือนำไปดอง ต้นหอมช่วยในการขับเหงื่อและบำรุงหัวใจถ้ากินสดๆอย่างต่อเนื่องสามารถลดไขมันในเส้นเลือดได้ หากนำต้นหอม5-6ก้านต้มกับขิง2แว่นแล้วกรองน้ำดื่มจะช่วยขับเหงื่อลดไข้ได้ สรรพคุณทางยาของต้นหอมก็คือช่วยแก้หวัดลดอาการคัดจมูกน้ำมูกไหลและสามารถนำต้นหอมมาต้มจนเดือดแล้วสูดไอระเหยเพื่อช่วยให้หวัดหายเร็วขึ้นได้

2.ขิง ขิงเป็นพืชล้มลุกมีเหง้าใต้ดินเปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลืองเนื้อในสีนวลมีกลิ่นหอมเฉพาะแทงหน่อหรือลำต้นเทียมขึ้นเป็นกอ ประกอบด้วยกาบหรือโคนใบหุ้มซ้อนกันใบเป็นชนิดใบเดี่ยวออกเรียงสลับกันเป็นสองแถวมีดอกสีขาวออกรวมกันเป็นช่อคล้ายรูปเห็ด ขิงขยายพันธุ์โดยใช้เหง้าปลูกในดินร่วนซุยผสมปุ๋ยหมักหรือดินเหนียวปนทราย ขิงชอบขึ้นในที่ชื้นมีการระบายน้ำดีและมีอยู่หลายชื่อตามแต่ละถิ่น

ขิงใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้นและมีสรรพคุณดังนี้ เหง้ามีรสหวานเผ็ดร้อนแก้ท้องอืดจุกเสียดแน่นเฟ้อคลื่นไส้อาเจียนแก้หอบไอขับเสมหะ โดยสามารถนำเหง้าขิงแก่มาทุบหรือบดเป็นผงแล้วชงน้ำดื่มช่วยแก้อาการคลื่นไส้อาเจียนจุกเสียดแน่นเฟ้อได้ดี ส่วนเหง้าสดสามารถนำมาตำคั้นเอาน้ำขิงผสมกับน้ำมะนาวเติมเกลือเล็กน้อยจิบแก้ไอขับเสมหะได้ ลำต้นมีรสเผ็ดร้อนช่วยขับลมแก้ท้องร่วงได้ ใบมีรสเผ็ดร้อนแก้ฟกช้ำแก้ขัดปัสสาวะได้ ดอกมีรสเผ็ดร้อนช่วยย่อยอาหารได้ รากมีรสหวานเผ็ดร้อนขมช่วยเจริญอาหารได้ ผลมีรสหวานเผ็ดเป็นยาอายุวัฒนะช่วยบำรุงน้ำนมแก้ไข้ แก้คอแห้งได้ แก่นสามารถนำมาฝนแล้วทำยาแก้คันได้

3.เมล็ดเพกา เพกาเป็นพืชในวงศ์แคหางค่าง เป็นผักที่อยู่ในหมวดดอกฝัก มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ คือดอก๊ะ ด๊อกก๊ะ ดุแก เบโด มะลิดไม้ มะลิ้นไม้ ลิ้นฟ้า หมากลิ้นฟ้า บ่าลิ้นไม้ เพกาเป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย โดยพบขึ้นอยู่ตามธรรมชาติในป่าเบญจพรรณและป่าชื้นทั่วไป ส่วนที่คนไทยนิยมนำมารับประทานเป็นผัก คือยอดดอกอ่อนที่มีสีเหลืองอ่อน และฝักอ่อนที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือน โดยนำมาลวก ต้ม ใช้เป็นผักจิ้มกับน้ำพริก ซึ่งส่วนที่นำมาใช้บรรเทาอาการหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหลนั้นก็คือ เมล็ด เมล็กเพกานี้เป็นส่วนประกอบหนึ่งของน้ำจับเลี้ยงที่คนจีนใช้ดื่มแก้ร้อนใน มีสรรพคุณเป็นยาแก้ไข้ ขับเสมหะ วิธีการคือนำเมล็ดเพกาประมาณหนึ่งกำมือ หรือประมาณ 3 กรัม ใส่ในน้ำปริมาณ 300 มิลลิลิตรแล้วต้มด้วยไฟอ่อน พอเดือดเคี่ยวต่อประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วดื่มวันละ 3 ครั้งจะช่วยให้อาการไข้หวัด และอาการระคายคอจากเสมหะลดลงได้

นอกจากพืชผักสมุนไพรที่กล่าวมาข้างต้นนี้แล้ว การหมั่นดูแลรักษาสุขภาพโดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำที่สะอาด ก็เป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียนแน่นอน สุดท้ายนี้ก็อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองและคนรอบข้างให้ดีอยู่เสมอนะคะ