เทคนิคใหม่เพื่อสลายไขมัน

เทคนิคใหม่เพื่อสลายไขมัน เทคโนโลยีใหม่ๆ มีส่วนสำคัญในการสลายเซลลูไลท์ที่เห็นผลอย่างชัดเจน ถึงแม้เราจะยังไม่มีวิธีขจัดเซลลูไลท์ที่ได้ผล 100% แต่วันนี้เรามีวิธีสลายเซลลูไลท์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันได้แก่ เมโซเธอราปี (Mesotherapy) หรือวิธีสลายไขมันเฉพาะส่วนด้วยการฉีดยาเข้าใต้ผิวหนังชั้นเมโซเดิร์ม (Mesoderm) ทำให้กระบวนการเกิดไขมันถูกขัดขวาง ทำให้ไขมันสลายตัวในที่สุด ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 8-10 ครั้ง คาร์บ็อกซี เธอราปี (Carboxy Therapy, Carbondioxide Therapy) หรือวิธีสลายไขมันเฉพาะส่วน ด้วยการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เข้าสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังเพื่อสลายเซลลูไลท์และไขมันทำให้เกิดกระบวนการเผาผลาญไขมันมากขึ้นและสลายเซลลูไลท์สลายตัวไปในที่สุด ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและไขมันของผู้ต้องการลดเซลลูไลท์เป็นสำคัญ โดยเฉลี่ย ไม่เกิน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ การนวดผิว ด้วยคลื่นอัลตร้าซาวน์ (Ultrasound) โดยทายาสลายไขมันไว้ตามร่างกายส่วนที่ต้องการลดและใช้เครื่องนวดไปตามบริเวณนั้นๆ เพื่อให้ยาซึมลงไปใต้ผิวหนังได้ลึกขึ้นและช่วยสลายเซลลูไลท์ ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและเซลลูไลท์ที่ต้องการ การนวดแบบเอนเดอร์โมโลยี (Endermologie) หรือการนวดกำจัดเซลลูไลท์เฉพาะส่วน ด้วยเครื่องสูญญากาศ โดยส่วนหัวของเครื่องจะมีท่อสุญญากาศอยู่ตรงกลางและด้านข้างเป็นลูกกลิ้งคู่ขนาน เมื่อต้องการใช้งาน ท่อสุญญากาศจะทำหน้าที่ดูดผิวบริเวณที่ต้องการขึ้นมา และลูกกลิ้งด้านข้างจะทำหน้าที่นวดเนื้อบริเวณนั้น ทำติดต่อกัน 14 ครั้ง โดย 7 ครั้งแรก ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และลดลงเหลือสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือตามแต่ผู้เชี่ยวชาญจะวินิจฉัย การออกกำลังด้วยเครื่องโฮบอดี้ […]

Continue Reading

ผมหงอก ยิ่งถอนยิ่งหงอกจริงหรือ

ผมหงอก ยิ่งถอนยิ่งหงอกจริงหรือ เส้นผมของคนเรานั้นประกอบไปด้วยเส้นผมเซลล์สร้างเนื้อผมเซลล์สร้างเม็ดสี ซึ่งจะคอยทำหน้าที่ป้อนเม็ดสีเข้าไปในเนื้อผมทำให้เส้นผมไม่เกิดสีขาวเนื่องจากสาเหตุที่ผมมีสีขาวหรือที่เรียกกันว่าผมหงอกนั้นในทางการแพทย์ให้คำอธิบายกับเรื่องนี้ว่า เกิดจากเม็ดสีเมลานินของเส้นผมทำงานลดลงหรือหยุดทำงาน จึงทำให้ผมเป็นสีขาวหยาบและดูไม่เป็นประกาย สาเหตุเกิดขึ้นจากกรรมพันธุ์รวมถึงความเครียดการดื่มเหล้าและการสูบบุหรี่นั้นทำให้ผมหงอกไวขึ้นด้วย นอกจากนี้สาเหตุของผมหงอกก็สามารถเกิดจากโรคบางโรคได้เช่นผมร่วงเป็นหย่อมหรือโรคด่างขาว โรคที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันต่อร่างกายโรคเรื้อรังที่ส่งผลทำให้เกิดความเครียดต่อร่างกาย ส่วนผมหงอกที่กลับมาดำได้นั้นเป็นผมหงอกที่เกิดจากโรคภายในร่างกาย ถ้ารักษาโรคหายแล้วผมก็จะกลับมาดำได้ โรคที่ทำให้เกิดผมหงอกได้แก่โรคเบาหวานโรคโลหิตจางโรคต่อมไทรอยด์โรคด่างขาวรวมทั้งการบาดเจ็บและโรคของระบบประสาทผมร่วงเป็นหย่อมการล้มป่วยบางอย่างเช่นโรคมาลาเรียและโรคไข้หวัดใหญ่ ส่วนอายุที่เริ่มมีผมหงอกขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ในชาวต่างชาติที่มีผิวขาวผมจะเริ่มหงอกครั้งแรกตั้งแต่อายุ 24-44 ปี ในคนผิวสีจะเริ่มหงอกเมื่ออายุ 34-54 ปี ส่วนชาวเอเชียจะเริ่มมีผมหงอกตั้งแต่อายุ 30-40 ปี ผมที่เริ่มหงอกตามวัยนี้ไม่สามารถกลับมาดำได้อีก ส่วนผมที่หงอกก่อนวัย จะเริ่มหงอกก่อนอายุ 20 ปีในคนผิวดำ ส่วนคนเอเชียผมจะเริ่มหงอกก่อนอายุ 30 ปี ซึ่งเป็นเรื่องตามธรรมชาติ ส่วนประเด็นที่ว่า ยิ่งถอนผมหงอก ผมหงอกก็จะยิ่งขึ้นนั้น อธิบายได้ว่า “ไม่เป็นความจริง” เพราะการขาดสารอาหารบางตัว เช่น วิตามินบี 12 อาจทำให้มีผมหงอกได้ ในบางกรณีความเครียดอาจทำให้ผมหงอกได้เช่นกัน ซึ่งบางคนเชื่อว่า ความเครียดทำให้ร่างกายขาดวิตามินบี ถ้ากินวิตามินบีขนาดสูง อาจทำให้ผมหงอกกลับดำได้ การกินยาบางตัว เช่น คลอโรควิน อาจทำให้คนที่มีผมสีอ่อนหรือผมน้ำตาลแดงกลายเป็นสีขาวได้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ผมหงอก ไม่สามารถรักษาได้ ทำได้เพียงเล็มออกหรือย้อมสีผมเพื่อปกปิดผมหงอกเท่านั้น  

Continue Reading

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “เหงื่อ”

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “เหงื่อ” ทำไมเวลาอยู่เฉยๆหรือออกกำลังกายแล้วเหงื่อถึงออกเยอะ  “เหงื่อ” เป็นของเสียชนิดหนึ่งที่ร่างกายขับออกมาในรูปของเหลว และจะขับออกมาทางผิวหนังหรือตามซอกต่างๆของร่างกาย มักมีรสเค็มเพราะมีเกลือเป็นส่วนประกอบ การออกกำลังกายหรือเวลาอากาศร้อนก็มีเหงื่อได้เช่นกัน เหงื่อประกอบด้วยน้ำ 99%ส่วนอีก 1% ได้แก่ โซเดียมคลอไรด์ ยูเรีย น้ำตาล กรดอะมิโนบางชนิด โพแทสเซียม แมกนีเซียม เหล็ก  เหงื่อจะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นของ”ความร้อน”และ”อารมณ์”ซึ่งทำให้สมองหลั่งสารเคมีชื่อแอซีทิลโคลีน(Acetylcholine)ที่อยู่บริเวณปลายประสาทออกมากระตุ้นต่อมเหงื่อให้ผลิตเหงื่อ ทำไมมนุษย์ถึงเหงื่อออก  เวลาที่อากาศร้อนหรือกินอาหารรสเผ็ดจะมีเหงื่อออกเสมอนั้นเป็นเพราะร่างกายพยายามปรับอุณหภูมิในร่างกายที่สูงขึ้นให้ลดลง เพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ระบบไหลเวียนต่างๆจะทำงานเร็วขึ้น ทำให้มีเหงื่อออกเพื่อระบายความร้อนเหงื่อที่ออกมาก็คือน้ำที่ระบายออกตามรูขุมขน เมื่อเหงื่อออกน้ำที่ออกมาจะชะเอาเกลือออกไปด้วยหากเหงื่อออกมากร่างกายจะสูญเสียเกลือมากจนทำให้เกิดอาการวิงเวียนหน้ามืดเป็นลม ทำไมเหงื่อจึงออกเวลาตื่นตกใจ เราทุกคนคงเคยมีประสบการณ์นี้เวลาดูภาพยนตร์น่ากลัวหือเรื่องเขย่าขวัญมักจะมีเหงื่อออกที่ฝ่ามือ สาเหตุคือเมื่อรู้สึกตื่นตระหนกตกใจหรือเครียดหัวใจจะเต้นเร็วขึ้นทำให้การสูบฉีดไหลเวียนของเลือดมากขึ้นด้วยส่งผลให้เหงื่อออก แต่ในกรณีนี้เหงื่อมักจะออกบริเวณฝ่ามือฝ่าเท้าและรักแร้ เคยสังเกตไหมว่าความร้อนและเหงื่อมักจะมาคู่กันไม่ว่าจะเป็นยามอากาศร้อนขณะที่เรากำลังใช้แรงงานกล้ามเนื้ออย่างหนักหรือตื่นเต้นหวาดกลัวจนเส้นประสาทถูกกระตุ้นมากๆจนเหงื่อผุดพราว ซึ่งที่จริงแล้วคือทางออกที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาช่วยเพื่อบรรเทาความร้อนและสร้างความเย็นขึ้นมาทดแทนเพื่อเป็นการปรับสมดุลให้ร่างกายของเราและที่เกิดความเย็นได้ ก็เพราะในเหงื่อนั้นประกอบด้วยน้ำเป็นหลักนั่นเองและแร่ธาตุรองลงมาก็คือคอลไรด์และโพแทสเซียม กลิ่นของเหงื่อ เหงื่อออกเป็นหนึ่งในกลไกตอบโต้ทางธรรมชาติของร่างกายที่หลายคนคงอยากให้เกิดน้อยที่สุด เพราะนอกจากจะทำให้เหนียวเหนอะหนะไม่สบายตัวแล้วกลิ่นที่ตามมาก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าอภิรมย์สักเท่าไรแถมเหงื่อของบางคนยังมีกลิ่นแรงเป็นพิเศษเสียด้วย ชนิดที่ทำให้คนรอบตัวที่ไม่คุ้นเคยต้องรีบอุดจมูกแล้วเดินหนีความจริงแล้วเหงื่อของคนเรานั้นไม่มีกลิ่นเลยแต่เมื่อผสมกันเข้ากับแบคทีเรียบนผิวหนังเส้นขนรวมทั้งกรดไขมันจากอาหารที่เรากินเข้าไป จึงทำให้เกิดกลิ่นขึ้นมาได้ ต่อมเหงื่อของเรานั้นมีสองประเภทหากเป็นเหงื่อที่ออกทั่วร่างกายโดยเฉพาะบริเวณหน้าผากฝ่ามือและฝ่าเท้านั้นจะมาจากต่อมที่เรียกว่าEccrineซึ่งเริ่มผลิตเหงื่อตั้งแต่เรายังเป็นเด็กแรกเกิดเลยทีเดียวจึงมักไม่ค่อยจะมีกลิ่นรุนแรงเท่าเหงื่อที่มาจากต่อมApocrineที่อยู่ตรงบริเวณรักแร้และซอกขาใกล้ทวารหนักและอวัยวะเพศ ซึ่งจะเริ่มทำงานเมื่ออย่างเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์และหากส่องดูกันอย่างใกล้ชิดแล้วจะเห็นได้ว่ามีทั้งกรดไขมันและโปรตีนผสมอยู่ ซึ่งทำให้เหงื่อที่ออกมาเป็นสีเหลืองขุ่นเล็กน้อยและมักเห็นเป็นคราบบนเสื้อผ้าได้ง่ายนี่เองจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมบรรดาผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อและกลิ่นกายต่างๆจึงได้พุ่งเป้าหมายการกำจัดกลิ่นไปที่บริเวณรักแร้กันเป็นพิเศษ เหงื่อที่ผิดปกติ บางคนมีเหงื่อออกมากเกินไปจนน่ารำคาญ และทำให้เจ้าตัวเกิดความอับอายอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะเหงื่อตามฝ่ามือและซอกรักแร้ที่เปียกโชกเป็นวง สาเหตุนั้นทางการแพทย์เองก็ยังไม่อาจระบุได้ชัดเจน แต่อาจมีที่มาดังนี้ และสามารถรักษาได้ด้วยการกินยาหรือการผ่าตัด ความไม่สมดุลของฮอร์โมน เช่น อาการเมโนพอส (Menopause) ในช่วงวัยทอง ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติซึ่งทำให้ร่างกายผลิตความร้อนได้สูง ยาที่ใช้บางประเภท […]

Continue Reading